อากาศแตะ 20 องศาส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายจนแทบไม่เหลือ

โดยปกติแล้วโลกของเราก็ถือว่ากำลังต่อสู้อย่างหนักกับภาวะโลกร้อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเข้ากับทำให้เราๆ หลายคนกลับคิดว่าแทบจะไม่ได้ช่วยอะไรได้เลย เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) เผยแพร่ภาพที่น่าตกใจ 2 ภาพเมื่อวานนี้ (21 ก.พ.) เป็นภาพถ่ายทางอากาศเหนือเกาะนกอินทรี ใกล้คาบสุมทรที่อยู่ทางเหนือสุดของทวีป ใกล้ฝั่งประเทศชิลี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับอากาศที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อช่วงที่ผ่านมาของเดือนนี้ ซึ่งพบว่าอุณหภูมิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 20 องศาเซลเซียส หรือร้อนที่สุดครั้งหนึ่งตั้งแต่มีการบันทึก

เหตุนี้ทำให้น้ำแข็งและหิมะที่ปกคลุมพื้นที่ดังกล่าวละลายจนหลายจุดไม่เหลือน้ำแข็งและหิมะเลย ซึ่งรูปที่นาซาเผยแพร่นั้นเป็นรูปของวันที่ 4 ก.พ. ที่ยังมีน้ำแข็งปกคลุมหนาแน่น ขณะที่อีกภาพหนึ่งเป็นภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 13 ก.พ. หรือห่างกัน 9 วัน ที่เห็นพื้นดินที่ไร้น้ำแข็งปกคลุม

นาซาระบุว่า วันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ซานการวิจัยเอสเปรันซา ที่ปลายคาบสมุทรเหนือสุดของทวีปแอนตาร์กติกา อุณหภูมิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 18.3 องศาเซลเซียส ซึ่งนอกจากพื้นดินที่เปิดออกมาให้เห็นแล้ว ยังพบแอ่งน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่บนธารน้ำแข็ง ที่เป็นผลจากการละลายของน้ำแข็งและหิมะด้วย

นายเมารี เปลโต นักวิทยาศาสตร์ธารน้ำแข็ง จากวิทยาลัยนิโคลส์ ที่เฝ้าสังเกตปรากฏการณ์นี้บอกว่า ตนไม่เคยเห็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อนในแอนตาร์กติกา หลายครั้งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในรัฐอะแลสกาของสหรัฐ และเกาะกรีนแลนด์ของประเทศเดนมาร์ก แต่ไม่เคยเห็นในแอนตาร์กติกามาก่อน

นักวิทยาศาสตร์รายนี้ กล่าวอีกว่า หิมะบนเกาะนกอินทรีละลายอย่างรวดเร็วระหว่างวันที่ 6-11 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยความหนาหายไปถึง 10.6 เซนติเมตร เท่ากับหิมะที่ตกทั้งฤดูกาลหายไป 20% ในเวลาดังกล่าว 

ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิลวัดอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของทวีปแอนตาร์กติกาได้ถึง 20.5 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา บริเวณเกาะเซเมอร์ บริเวณคาบสมุทรทางเหนือสุดของทวีปนี้ ที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งใต้สุดของประเทศชิลี ซึ่งร้อนกว่าสถิติเดิมที่ 19.8 องศาเซลเซียสเมื่อปี 2525 เสียอีก

นอกจากการกระทำจากฝืมือของมนุษย์ที่จะส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายแล้ว อากาศที่อุณหภูมิสูงขึ้นก็ยังส่งผลด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราควรที่จะช่วยกันรักษ์โลกให้มากๆ โดยการอาจจะช่วยกันละคนละไม้คนละมือในการปลูกต้นไม้ก็ได้นะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *