จักรทิพย์โวย ตำรวจให้ข่าวทุกวัน คาดโจรปล้นทองหนีออกกนอกพื้นที่

“พล.ต.อ.จักรทิพย์” ยืนยัน มีความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวกราดยิงคนเจ็บ-ตาย และชิงทองลพบุรี ปัดกดดัน “ประวิตร” บอกอีก 2 วันชัด คาดโจรหนีซุกชายแดนแล้ว โวยวายตำรวจชอบให้ข่าว

เมื่อวันที่ (15 ม.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีไล่ล่าคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จ.ลพบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับคดีบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะอาจจะทำให้เสียรูปคดีด้วย

ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยไม่ได้ปักหลักอยู่ในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยอาจจะหลบหนีไปยังพื้นที่ชายแดนแล้ว เนื่องจากทางตำรวจมีการให้ข่าวทุกวัน ซึ่งตรงนี้มองว่าเป็นจุดอ่อน สำหรับการหลบหนี เชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีไปด้วยตนเอง ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ โดยล่าสุด ตนเองได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัว

และจากกรณี ที่มีกระแสข่าว ระบุว่า ตำรวจมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 ราย ยืนยันว่ายังไม่มีการควบคุมตัวใคร โดยตำรวจยังคงเดินหน้าทำคดีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีอุปสรรคด้านการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ที่เป็นภาพในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงความกดดันในด้านอื่น ๆ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดในด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่อาจจะสร้างความสับสน ซึ่งในส่วนตำรวจ ทางตนเอง และ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร. ได้คาดโทษเอาไว้แล้ว จึงอยากขอความร่วมมือสื่อมวลชน ในด้านการงดเผยแพร่ข้อมูลที่เข้าข่ายเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

สำหรับกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาระบุว่า คดีนี้ จะมีความชัดเจนภายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งครบกำหนดระยะเวลา 2 วันนับจากวันที่ให้สัมภาษณ์ ตนเองยืนยันว่า ได้นำเรียนพล.อ.ประวิตร แล้ว ส่วนตัวไม่รู้สึกกดดัน เชื่อว่าข้อมูลที่พล.อ.ประวิตร ได้รับมา อาจมาจากช่องทางที่คาดเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ได้กล่าวถึง กรณีที่สื่อมวลชนได้เผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัย ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง ว่า ส่วนตัวอยากขอให้สื่อมีจรรยาบรรณ และพิจารณาข้อมูลก่อนนำเสนอข่าว เนื่องจากหากไม่ทำการคัดกรองแล้วพบว่าข้อมูลที่นำเสนอออกไปผิดพลาด จะทำให้บุคคลที่ถูกกล่าวหา กลายเป็นผู้เสียหาย ขณะที่สื่อมวลชนเองก็อาจจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยเช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *